Search

ฟลูออเรสเซนต์ของเพชร (Diamond’s fluorescence)

เพชรบางเม็ดสามารถเรืองแสงภายใต้รังสี UV หรือ แสงสีม่วงได้ (Ultraviolet radiation) ซึ่งเรียกว่า ฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescence) แต่ไม่ใช่ว่าเพชรทุกเม็ดจะมีฟลูออเรสเซนต์ มีเพชรจำนวนแค่ประมาณ 35% เท่านั้นที่จะมีฟลูออเรสเซนต์ หรือ สามารถเรืองแสงได้ Ralph Diamond เชื่อว่าหลายๆท่านคงมีคำถามว่า ฟลูออเรสเซนต์ในเพชรเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมเพชรบางเม็ดถึงมีฟลูออเรสเซนต์ แต่เพชรบางเม็ดกลับไม่มี Ralph Diamond มีคำตอบให้


ฟลูออเรสเซนต์เกิดจากการที่อิเล็กตรอนของเพชรได้รับพลังงานจากแสง UV ทำให้เกิดการย้ายขึ้นไปสู่ระดับพลังงานที่สูงขึ้น (สถานะกระตุ้น) และเพื่อให้อะตอมเสถียร อิเล็กตรอนต้องปลดปล่อยพลังงานออกมา เพื่อกลับสู่ระดับพลังงานต่ำสุด (สถานะพื้น) หากอิเล็กตรอนปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสง (Visible light) เพชรก็จะมีฟลูออเรสเซนต์ หรือ สามารถเรืองแสงได้นั่นเอง แต่ถ้าอิเล็กตรอนปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของความร้อน เพชรเม็ดนั้นจะไม่มีฟลูออเรส-เซนต์ หรือ ไม่สามารถเรืองแสงได้

เพชรแต่ละเม็ดจะมีสี (Color) และระดับความเข้ม (Intensity) ของฟลูออเรสเซนต์ที่แตกต่างกัน ฟลูออเรส-เซนต์ของเพชรส่วนใหญ่มักจะเป็นสีฟ้า อย่างไรก็ตามเพชรสามารถเรืองแสงได้เกือบทุกสี เช่น สีเหลือง และสีขาว เนื่องจากฟลูออเรสเซนต์ของเพชรจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดภายใต้ Longwave UV สถาบันอัญมณีชื่อดังอย่าง GIA จึงใช้ Longwave UV ในการประเมินสี และระดับความเข้มของฟลูออเรสเซนต์ โดยมีเกณฑ์มาตรฐานดังภาพต่อไปนี้



จากภาพจะเห็นได้ว่า ระดับความเข้มของฟลูออเรสเซนต์ มี 5 ระดับ เริ่มต้นจาก


None คือ ไม่มีฟลูออเรสเซนต์ หรือมีในระดับที่ต่ำมาก

Faint มีฟลูออเรสเซนต์จางๆ

Medium มีฟลูออเรสเซนต์ปานกลาง

Strong มีฟลูออเรสเซนต์เข้ม

Very Strong มีฟลูออเรสเซนต์เข้มมากๆ


โดยหากเพชรที่ถูกประเมินมีความเข้มของฟลูออเรสเซนต์ตั้งแต่ระดับ Medium ขึ้นไป จะต้องมีการระบุสีของฟลูออเรสเซนต์ด้วย ตัวอย่างเช่น หากเพชรที่ถูกประเมินมีความเข้มของฟลูออเรสเซนต์ระดับ Medium และฟลูออเรสเซนต์เป็นสีฟ้า ในใบเซอร์ (GIA Diamond Grading Report) ตรงส่วนของฟลูออเรสเซนต์ ท่านจะเห็นเกรดการประเมิน ‘Medium Blue’


เหตุผลที่ Ralph Diamond หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยกับทุกท่าน เพราะว่าฟลูออเรสเซนต์มีผลต่อสี และราคาของเพชร โดยฟลูออเรสเซนต์จะส่งผลดีต่อเพชรของท่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ 1. สีของเพชร 2. ระดับความเข้มและสีของฟลูออเรสเซนต์


เนื่องจากแสงอาทิตย์มีรังสี UV เป็นส่วนประกอบ เพชรที่มีระดับความเข้มของฟลูออเรสเซนต์มากๆจึงสามารถเรืองแสงได้ภายใต้แสงอาทิตย์ โดยเพชรที่มีฟลูออเรสเซนต์ระดับ Strong จะดูขุ่นๆมัวๆ หรือภาษาของนักอัญมณีเรียกว่า ‘Oily appearance’


เพชรเกรดไร้สี (Colorless) และเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) ระหว่าง Color Grade: D - H ที่มีฟลูออเรสเซนต์สีฟ้า ระดับ Strong จะมีสีฟ้าของฟลูออเรสเซนต์ปนมากับสีของเพชร จึงทำให้มีราคาลดลงมากถึง 15% เมื่อเปรียบเทียบกับเพชรที่มีเกรดสีเดียวกัน แต่ไม่มีฟลูออเรสเซนต์ ในกรณีนี้ ถือว่าฟลูออเรเซนต์ส่งผลในทางลบต่อเพชร


สำหรับกรณีที่ฟลูออเรสเซนต์ส่งผลดีต่อเพชร มักจะเกิดขึ้นกับเพชรที่มีสีเหลือง แต่มีฟลูออเรสเซนต์สีฟ้า ระดับ Moderate – Strong สีฟ้าของฟลูออเรสเซนต์จะcancel หรือตัดสีเหลืองของเพชรออก ทำให้เพชรดูใสและไร้สีมากขึ้น เพชรในกลุ่มนี้จะมีราคาสูงกว่าเพชรในเกรดสีเดียวกัน แต่ไม่มีฟลูออเรสเซนต์


โดยปกติแล้วฟลูออเรสเซนต์ในเพชรจะหายไปเมื่อปราศจากแสง UV แต่หากเพชรยังคงเรืองแสงต่อ แม่ไม่มีแสง UV แล้ว นั่นเรียกว่า ฟอสฟอเรสเซนซ์ (Phosphorescence) ซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก และพบในเพชรบางเม็ดที่มีธาตุโบรอนเป็นองค์ประกอบ


Ralph Diamond หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อเพชรของทุกท่านครับ เพราะหากท่านเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟลูออเรสเซนต์ของเพชรแล้ว ท่านจะเห็นความจริงที่ว่าฟลูออเรสเซนต์ไม่จำเป็นต้องส่งผลเสียต่อเพชรเสมอไป