Search

ประเภท และ ความสำคัญของใบเซอร์เพชร

ใบเซอร์เพชรจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับระดับโลก และ เป็นใบเซอร์ระดับมาตรฐานสากลที่เป็นที่นิยมมาจากสถาบัน GIA (Gemological Institute of America) หรือ สถาบันอัญมณีศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา โดยสถาบัน GIA นับเป็นสถาบันแรกของโลกที่กำหนดมาตรฐานการประเมินเพชร (Diamond Grading Scale) ตามหลัก ‘4Cs’ - Carat Weight (น้ำหนักกะรัต), Color (สี หรือ น้ำ), Clarity (ความสะอาด) และ Cut (การเจียระไน) Ralph Diamond จึงขอใช้โอกาสนี้ในการแนะนำประเภทของใบเซอร์ทั้ง 2 ประเภท จากสถาบัน GIA

ใบเซอร์ใหญ่ (GIA Diamond Grading Report) สามารถขอใบเซอร์ประเภทนี้ได้เมื่อเพชรมีขนาดตั้งแต่ 0.15 กะรัต หรือ 15 สตางค์ ขึ้นไป โดยในใบเซอร์จะมีแผนภาพแสดงตำแหน่งของตำหนิเพชร ดังกรอบสีแดงที่ และ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องการเลเซอร์เลขใบเซอร์ไว้ที่ขอ

ภาพจาก www.gia.edu

ใบเซอร์เล็ก (GIA Diamond Dossier) มีข้อกำหนดในเรื่องของขนาดเพชรที่จะนำมาขอใบเซอร์ โดยสามารถขอใบเซอร์ประเภทนี้ได้ก็ต่อเมื่อเพชรมีขนาดตั้งแต่ 0.15 กะรัต หรือ 15 สตางค์ ขึ้นไป และมีขนาดต่ำกว่า 2 กะรัต ใบเซอร์เล็กแตกต่างจากใบเซอร์ใหญ่ตรงที่ไม่มีแผนภาพแสดงตำแหน่งของตำหนิเพชร อีกทั้งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเลเซอร์เลขใบเซอร์ไว้ที่ขอบเพชร


ภาพจาก www.gia.edu


Ralph Diamond ขอสรุปความสำคัญของใบเซอร์ และข้อดีของเพชรที่มีใบเซอร์ ดังนี้


มั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าซื้อเพชรแท้ เนื่องจากมีเพชรเลียนแบบ และ เพชรสังเคราะห์มากมายที่อาจทำให้ท่านเข้าใจผิดว่าเป็นเพชรแท้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมในประเด็นนี้ ได้จากบทความ “ดูเหมือนเพชร แต่ไม่ใช่เพชรแท้ ทำความรู้จักเพชรสังเคราะห์ และเพชรเลียนแบบ” โดยเฉพาะในกรณีของเพชรสังเคราะห์ ที่มีทั้งคุณสมบัติและหน้าตาเหมือนเพชรแท้ แม้สำหรับนักอัญมณีเอง การแยกเพชรแท้ออกจากเพชรสังเคราะห์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การเลือกซื้อเพชรที่มีใบเซอร์ประกอบจึงทำให้ความเสี่ยงในการซื้อเพชรสังเคราะห์มาแทนเพชรแท้โดยไม่ได้ตั้งใจเท่ากับศูนย์


คุณภาพของเพชรชัดเจนและได้มาตรฐาน เพชรที่มีใบเซอร์จะมีข้อมูลรายละเอียดคุณภาพของเพชร ตามหลัก 4Cs ทำให้ทุกท่านสามารถเลือกเพชรได้ตรงตามคุณภาพที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสี, น้ำหนักกะรัต, ความสะอาด และการเจียระไน ที่สำคัญที่สุดคือทุกท่านสามารถมั่นใจได้ว่าคุณภาพของเพชรได้รับการประเมินอย่างถูกต้องจากสถาบันอัญมณีที่ได้มาตรฐานสากล ไม่ใช่การประเมินจากมาตรฐานและคำพูดของคนขายเพียงอย่างเดียว

ไม่มีการสลับเพชรแน่นอน เพชรที่มีใบเซอร์ มักจะมีการเลเซอร์เลขใบเซอร์บนขอบเพชร ทำให้ทุกท่านสามารถตรวจสอบได้ว่า เพชรที่ทุกท่านกำลังสนใจอยู่เป็นเพชรเม็ดเดียวกันกับเพชรที่อยู่ในใบเซอร์ การเช็คเลขใบเซอร์ บนขอบเพชรว่าตรงกับเลขบนใบเซอร์หรือไม่ จะช่วยป้องกัน stone switching หรือการสลับสับเปลี่ยนเพชร ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ง่ายต่อการเปรียบเทียบราคา ข้อมูลคุณภาพของเพชรจากใบเซอร์ จะทำให้ทุกท่านสามารถเปรียบเทียบคุณภาพและราคาของเพชรจากแต่ละร้านได้ ว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ท่านจึงสามารถเลือกซื้อเพชรได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยหากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการอ่านใบเซอร์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ “หลักการอ่านใบเซอร์เพชร” ครับ


มีความคล่องตัวในการซื้อขาย เชื่อว่าในฐานะผู้ซื้อ ทุกท่านย่อมมีความสบายใจและความมั่นใจในการลงทุนซื้อเพชรที่มีใบเซอร์มากกว่าเพชรที่ไม่มีใบเซอร์ ในทางกลับกันหากท่านเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้ขาย ผู้ซื้อของท่านก็ย่อมมีความรู้สึกแบบเดียวกัน การลงทุนซื้อเพชรที่มีใบเซอร์แม้จะมีราคาที่สูงกว่า แต่หากพูดถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะยาวแล้ว เพชรที่มีใบเซอร์ช่วยสร้างความมั่นใจและความคล่องตัวในการซื้อขายได้


บ่งบอกการดูแลเป็นพิเศษสำหรับเพชรบางเม็ด เพชรบางเม็ดที่มีเกรดความสะอาด (Clarity Grade) ในระดับ I หรือ Included อาจมีปัญหาในเรื่องของความแข็งแรงของเพชร เนื่องจากมีตำหนิเป็นจำนวนมาก หรือมีตำหนิบางประเภทที่มีขนาดใหญ่ เช่น รอยแตกที่มีลักษณะคล้ายขนนก (Feather) หรือมีรอยแตกที่ลึกเข้าไปในเนื้อเพชร (Cavity) ซึ่งเพชรในกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามนำไปทำความสะอาดด้วยเครื่องทำความสะอาดความถี่สูง (Ultrasonic cleaner) หรือ เครื่องทำความสะอาดระบบไอน้ำ (Steam cleaner) นอกจากนี้ควรมีตัวเรือนของเครื่องประดับที่คอยปกป้องเพชร เช่นการฝังหุ้ม คือมีตัวเรือนมาล้อมรอบเพชรไว้ ทำให้ท่านลดปัญหาการแตกร้าวของเพชรระหว่างสวมใส่ได้


รับรู้ข้อมูลการปรับปรุงคุณภาพของเพชร เพชรที่ดูสวยงามบางเม็ดนั้น อาจผ่านการปรับปรุงคุณภาพ (Treatment) ทั้งในเรื่องของสี (Color Treatment) หรือเรื่องของความสะอาด (Clarity Treatment) ซึ่งนอกจากนักอัญมณีแล้ว สำหรับคนทั่วไปอาจไม่เห็นถึงความแตกต่าง เช่น มีการปรับปรุงคุณภาพสีของเพชร เพื่อให้เพชรไร้สีมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้รับเกรดสี (Color Grade) ที่สูงขึ้น หรือมีการปรับปรุงคุณภาพของตำหนิเพชร ทำให้มองเห็นได้ยากยิ่งขึ้น โดยข้อมูลการปรับปรุงคุณภาพต่างๆเหล่านี้จะมีระบุอยู่ในใบเซอร์ เพื่อให้ทุกท่านรับทราบถึงที่มาของความสวยงามของเพชร และสามารถเลือกซื้อเพชรที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ซึ่งมักจะมีราคาต่ำกว่าเพชรที่มีเกรดการประเมินด้านอื่นๆเหมือนกัน แต่ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ