Search

ความสำคัญของเกรดความสะอาด (Clarity Grade) บนใบเซอร์

เกรดความสะอาดของเพชร (Clarity Grade) เป็นผลมาจากการวิเคราะห์ตำหนิทั้งภายนอกและภายใน (Clarity Characteristic) ที่ส่งผลต่อความสวยงามและความแข็งแรงของเพชร ยิ่งตำหนิส่งผลลบต่อเพชรมากเท่าไหร่ เกรดความสะอาดของเพชรก็จะยิ่งลดลง โดยสถาบัน GIA และนักอัญมณีมีเกณฑ์การวิเคราะห์และประเมินตำหนิของเพชร ภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า โดยดูจากปัจจัยหลัก 5 ปัจจัย ดังนี้

Size ขนาดของตำหนิ ยิ่งตำหนิมีขนาดใหญ่และมองเห็นง่ายมากเท่าไหร่ เกรดความสะอาดของเพชรก็ยิ่งลดลงมากเท่านั้น โดยตำหนิมีขนาดใหญ่หรือไม่ นักอัญมณีจะทำการวิเคราะห์จากขนาดของตำหนิเทียบกับขนาดของเพชร ภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า


Number จำนวนของตำหนิ ภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ยิ่งมองเห็นตำหนิ หรือเงาสะท้อนของตำหนิ จากด้านหน้าเพชรมาก ก็ยิ่งส่งผลลบต่อเกรดความสะอาดมาก


Location ตำแหน่งของตำหนิ มีผลต่อเกรดความสะอาด โดยตำหนิที่อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจะลดเกรดความสะอาดของเพชร ตำหนิที่อยู่ตรงกลางเพชร (Table facet) จะมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ในขณะที่ตำหนิซึ่งอยู่บริเวณใกล้กับขอบเพชรจะมองเห็นได้ยากขึ้น


Relief ความแตกต่างระหว่างตำหนิและเพชร ความแตกต่างในที่นี้หมายถึงความแตกต่างในเรื่องของความสว่าง สี และโทนสี ยิ่งตำหนิดูแตกต่างจากเพชรมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อเกรดความสะอาดของเพชรครับ ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างของตำหนิเพชรที่มีสีแตกต่างจากเพชร



Nature ประเภทของตำหนิ เป็นการวิเคราะห์ประเภท รวมทั้งผลของตำหนิแต่ละประเภทต่อความแข็งแรงของเพชร ตัวอย่างเช่น ตำหนิภายในย่อมมีผลต่อเกรดความสะอาดมากกว่าตำหนิภายนอก และตำหนิภายในบางประเภทส่งผลต่อความแข็งแรงของเพชรมากกว่าตำหนิภายในประเภทอื่นๆ เช่น รอยแตกที่มีลักษณะคล้ายขนนก หรือที่นักอัญมณีเรียกว่า Feather ซึ่งเริ่มเกิดจากผิวเพชรและกินพื้นที่เข้ามาในเนื้อเพชร ย่อมก่อให้เกิดปัญหาด้านความแข็งแรงต่อเพชร มากกว่าผลึกแร่ หรือคริสตัล (Included mineral crystal) ที่อยู่ภายในเพชร ภาพด้านล่างเป็นภาพตัวอย่างรอยแตก หรือ Feather ในเพชร


นักอัญมณีจะทำการวิเคราะห์แต่ละปัจจัยอย่างละเอียด รวบรวมผล และประเมินผลออกมาเป็นเกรดความสะอาดของเพชรตามที่ปรากฎบนใบเซอร์ที่ผ่านการรับรองจากสถาบันอัญมณี


ความสำคัญของเกรดความสะอาด (Clarity Grade) ของเพชร


ช่วยวิเคราะห์ในเรื่องของความสวยงามของเพชร

ปัจจัยการวิเคราะห์และประเมินเกรดความสะอาดของเพชรทั้ง 5 ปัจจัย ตามมาตรฐานสากลของสถาบัน GIA ที่ Ralph Diamond ได้นำเสนอ จะเป็นตัวช่วยทุกท่านวิเคราะห์ในเรื่องของความสวยงามของเพชรอย่างดีเยี่ยม แม้ว่าท่านจะมีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเพชรหรือไม่ก็ตาม ตำหนิที่มีขนาดใหญ่ จำนวนมาก อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน มีสีที่แตกต่างจากเพชร หรือเป็นตำหนิประเภทที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของเพชร จะลดเกรดความสะอาดของเพชรลง


ช่วยวิเคราะห์ในเรื่องของความคงทนของเพชร

เพชรเป็นอัญมณีที่แข็งแรงมากก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเพชรไม่สามารถแตกหรือบิ่นได้ ถ้าหากเพชรมีตำหนิบางประเภทที่มีขนาดใหญ่ หรือมีจำนวนมาก เช่น รอยแตกที่มีลักษณะคล้ายขนนก (Feather) ซึ่งมักเกิดบริเวณที่โครงสร้างทางเคมีของเพชรอ่อนแอ่ที่สุด หรือมีรอยแตกที่ลึกเข้าไปในเนื้อเพชร (Cavity) อาจส่งผลต่อความแข็งแรงของเพชร โดยการวิเคราะห์ประเภทและผลของตำหนิที่มีต่อเพชรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากนักอัญมณี และการรับรองจากสถาบันอัญมณีที่ได้มาตรฐาน เช่น สถาบัน GIA

Clarity Grade หรือเกรดความสะอาดของเพชรบนใบเซอร์ จะเป็นตัวช่วยสำคัญของทุกท่านในการวิเคราะห์ว่าเพชรที่ท่านสนใจมีปัญหาเรื่องของความแข็งแรงหรือไม่ เพชรที่มีปัญหาในเรื่องของความแข็งแรง มักจะมีเกรดความสะอาดที่ต่ำมากๆ เช่นเกรด I (Included) ในกรณีที่ท่านซื้อเพชรที่มีปัญหาด้านนี้ จำเป็นต้องมีวิธีการดูแลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามนำไปทำความสะอาดด้วยเครื่องทำความสะอาดความถี่สูง (Ultrasonic cleaner) หรือ เครื่องทำความสะอาดระบบไอน้ำ (Steam cleaner) หรือใช้เทคนิคการฝังหุ้ม คือมีตัวเรือนโลหะมาล้อมรอบเพชรไว้ ทำให้ท่านลดปัญหาการแตกร้าวของเพชรระหว่างสวมใสได้

เกรดความสะอาดบนใบเซอร์ เป็นสิ่งที่นักอัญมณีวิเคราะห์มาให้แล้วว่าตำหนิที่พบในเพชรที่ท่านกำลังสนใจ มีผลอย่างไรต่อเพชรของท่าน ทั้งในเรื่องของความสวยงาม และความแข็งแรงคงทนของเพชร อีกทั้งยังผ่านการรับรองจากสถาบันอัญมณีที่ได้รับมาตรฐานสากล เช่น สถาบัน GIA ลูกค้าหลายท่านจึงมีความเชื่อถือและมั่นใจในการเลือกซื้อเพชรที่มีใบเซอร์ และเป็นเคล็ดลับที่บางท่านสามารถตัดสินใจซื้อเพชรได้ เพียงการเลือกผ่านใบเซอร์ เพราะทุกอย่างมีผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีและสถาบันอัญมณีค่อยดูแลและวิเคราะห์ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว